วิธีชะลอวัยหลอดเลือด สมอง ปอด หัวใจ วัย 35+

Category: Anti aging | August 29, 2019
โดย แพทย์หญิงสาริษฐา สมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแอนไทเอจจิ้ง ด้านระบบประสาทและสมอง และด้านกุมารเวช
  • เมื่ออายุมากขึ้น ไม่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้นที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป อวัยวะภายในหลาย ๆ ส่วนก็เริ่มเสื่อมลงด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากต้องการชะลอวัยให้ยังสดใส แข็งแรง ก็ต้องดูแลอวัยวะภายในที่สำคัญเหล่านี้ด้วยค่ะ
1.หลอดเลือด

ตอนที่เราอายุยังน้อย หลอดเลือดเหมือนกับท่อน้ำที่ยังใสสะอาดไม่มีตะกอน  แต่การกินอาหารไม่เหมาะสม เช่น กินไขมันเลว ( LDL -Low Density Lipoprotein) เป็นประจำ บวกกับไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งจะไปพอกอยู่ตามผนังหลอดเลือด  ทีนี้ ร่างกายคนเราจะไม่ยอมให้มีอะไรแปลกปลอมเกิดขึ้น จึงผลิตเม็ดเลือดขาวออกมากำจัดไขมันเลวเหล่านี้ ทำให้ผนังหลอดเลือดขรุขระ พื้นที่ ๆ จะให้เลือดไหลไปก็แคบลง อันเป็นลักษณะของเส้นเลือดตีบ สิ่งที่ตามมาคือ หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดโลหิตไปยังอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ส่งผลให้ความดันโลหิตเริ่มไม่ปกติ อันเป็นสาเหตุของโรคร้ายหลายโรคตามมา

นอกจากไขมันเลวแล้ว การกินน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (แป้ง,ข้าว ขัดขาว) ปริมาณมาก ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เส้นเลือดตีบ
อาการที่แสดงให้เห็นว่าเส้นเลือดเริ่มเสื่อมหรือไม่แข็งแรงแล้ว คือ มีเส้นเลือดขอดตามตัว แขน ขา ยิ่งถ้าเป็นคนผิวขาวมาก ๆ จะเห็นว่ามีเส้นเลือดฝอยแตกบนใบหน้า หรือเดินไปชนอะไรก็ช้ำง่าย เป็นรอยสีเขียว แถมหายยากด้วย ถ้าอยากชะลอวัยไม่ให้ไปไกลกว่าอายุ ก็ต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานไขมันเลว แป้งขัดขาว และน้ำตาล นั่นเอง

2.สมอง

ปกติสมองของคนเรามีการพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ จนเมื่ออายุ 35 จะสังเกตว่าความจำเริ่มไม่ดี จำอะไรได้ไม่ไวเหมือนตอนที่ยังเป็นเด็ก อันนี้หมายถึงความจำระยะสั้น ตอนเป็นเด็ก ใครมาพูดอะไร จำได้หมด พออายุมากขึ้น  เรื่องใหม่มักจำไม่ค่อยได้ แต่ยังเก็บความจำระยะกลางกับระยะยาวได้ดี เพราะมันสูญเสียการเชื่อมโยงกับความจำระยะสั้น เนื่องจากโคลีนเริ่มน้อยลง 

ถ้าพูดกันเรื่องสมาธิ  เด็กสามารถจดจ่อกับอะไรโดยไม่ต้องฝึกก็ได้ แต่พออายุ 35 ไปแล้ว มันวอกแวกง่ายขึ้น เริ่มควบคุมความเครียดไม่ได้ ปล่อยวางได้ยาก เพราะพอจำอะไรระยะสั้นไม่ได้ ความคิดจึงวนอยู่กับความจำระยะกลางและระยะยาวซึ่งเป็นเรื่องในอดีตมากกว่า แต่ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องไม่ดีเสียทีเดียว คนสูงอายุจึงเหมาะกับงานที่ต้องตรวจทาน งานที่ต้องการความละเอียดรอบคอบ เพราะจะคิดแล้วคิดอีก ถ้าแข่งกันเรื่องความเร็ว สู้เด็กไม่ได้เลย

3.ปอด

ปอดของคนเราประกอบด้วยถุงลมเล็ก ๆ เป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ถุง เป็นอวัยวะที่หายใจเอาสารพัดสิ่งเข้าไปตั้งแต่เราเกิด      

ประสิทธิภาพของปอด เราวัดกันที่มีความจุมากน้อยแค่ไหน และถุงลมสามารถยืดหดได้มากน้อยเพียงใด โดยถุงลมเมื่อโป่งแล้วจะแฟบ สลับกันไป ถ้ามันสูญเสียการคืนตัวคือแฟบแล้วไม่โป่ง หรือโป่งแล้วไม่แฟบ จะทำให้การแลกเปลี่ยนอากาศเสียไป ส่งผลให้ร่างกายได้รับออซิเจนน้อยลง ซึ่งมีผลต่อสมองด้วย 

คนที่อายุ 35 ไปแล้ว นับว่าหายใจมาเยอะแล้ว แถมบางคนสูบบุหรี่ หรืออาศัยอยู่ในที่ที่มี PM2.5 เยอะ  หรือการที่เราเป็นหวัดบ่อย ๆ ทำให้ปอดอักเสบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่งผลให้ปอดสูญเสียความจุ  อันเป็นที่มาของโรคหอบหืดเมื่อมีอายุมากขึ้น บางคนเริ่มหอบแล้วไอ บางทีไอเยอะ ๆ ก็เป็นหอบหืดได้ วิธีช่วยชะลอวัยให้กับปอด เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยที่มันเริ่มเสื่อมก็คือ การออกกำลังกายแบบแอรโรบิค หรือฝึกหายใจเข้าออกลึก ๆ เป็นประจำ เพื่อบริหารปอดและถึงถุงลมให้แข็งแรงอยู่เสมอ

4.หัวใจ

เมื่ออายุมากขึ้น วิธีสังเกตว่าหัวใจยังแข็งแรงหรือไม่ ให้ลองขึ้นบันได ถ้าขึ้นไปไม่เท่าไหร่ก็ทำท่าจะวูบแล้ว แสดงว่าหัวใจไม่แข็งแรง เพราะหัวใจไม่ค่อยได้ทำงาน นาน ๆ บีบทีมันก็เหนื่อยเร็ว แต่ถ้าหัวใจเต้นสม่ำเสมอ บีบอยู่ตลอดเวลา ก็จะไม่รู้สึกอะไรถ้าต้องบีบเร็วขึ้น

ถ้าออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น วิ่งอยู่เป็นประจก็จะวิ่งได้นาน ขึ้นบันไดไม่หอบ อาจเหนื่อยอาจเมื่อยขา แต่หัวใจไม่เหนื่อย คือหัวใจสามารถสูบฉีดโลหิตได้เร็วทันทีที่ร่างกายต้องใช้กำลังมากขึ้น ถ้าเป็นคนที่หัวใจไม่แข็งแรง เดินเร็วแป๊บเดียวก็เหนื่อยแล้ว เดินต่อไม่ได้

นอกจากนั้นหัวใจจะแข็งแรงหรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับว่าเราดูแลหลอดเลือดหัวใจดีหรือไม่ สูบบุหรี่หรือไม่ ลิ้นหัวใจผิดปกติหรือไม่ เป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่ ถ้ายังมีปัญหาเหล่านี้ การจะชะลอวัยให้หัวใจกลับมาแข็งแรง ก็ต้องกลับไปแก้ไขสาเหตุดังกล่าวนั่นเอง ซึ่งก็มีทั้งสาเหตุที่สามารถแก้ไขได้ และสาเหตุที่เป็นความผิดปกติมาแต่กำเนิด ขอยกไปอธิบายอย่างละเอียดขึ้นในครั้งต่อ ๆ ไป นะคะ


ขอบคุณภาพจาก freepik
share