บ้านหลังที่สองของ 'อั๋น วัชระ'

November 27, 2014 | ที่มา : หนังสือ Life is Beautiful เปิดมุมมองที่งดงาม
วัชระ แวววุฒินันท์
เข้าทำงาน ปี พศ. 2525
ปัจจุบัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด


คนที่รู้จักและพอทราบว่าเราอยู่ที่ เจ เอส แอล มาตลอดชีวิตการทำงานกว่า 30 ปี ก็มักจะร้องว่า "โอ้โฮ นานจัง" แต่ที่ซ่อนอยู่ในคำอุทานนั้นมีทั้งนัยของความชื่นชม และนัยของความสงสัยว่า "อยู่ทำไมที่เดียว ไม่คิดจะทำเองหรือทำที่อื่นเลยหรือ" ถ้าจะตอบให้ตลกๆ ก็คงตอบว่า "อายุขนาดนี้แล้ว ไปอยู่ที่อื่นก็คงไม่มีใครเค้าเอา"

แต่เมื่อมานึกย้อนถามตัวเองเหมือนกันว่า อะไรที่ทำให้เราอยู่ที่นี่มาจนบัดนี้ และถ้าจะจบชีวิตการเป็นพนักงาน ก็คงที่นี่ บรรทัดต่อไปนี้คือคำตอบ

การที่เราอยู่ที่หนึ่งได้นานๆ  ที่นั้นก็ต้องมีความสุขในแบบที่เราพอใจ ทุกที่ทำงานมีจุดแข็ง จุดอ่อน มีวัฒนธรรมองค์กร มีปัญหา มีเงื่อนไข ที่แตกต่างกันไป ไม่ได้บอกว่าที่ใดดีกว่าที่ใด แต่สำหรับที่นี่ ที่ เจ เอส แอล นั้นได้ให้ความสุขในการทำงานกับเรามากกว่าความทุกข์

ความสุขที่เกิดจากการที่ได้ทำในสิ่งที่รักและอยากทำ นั่นคือการคิดสร้างสรรค์ผลงาน โดยเฉพาะในยุคแรกๆ ของการทำงาน ที่การแข่งขันทางธุรกิจไม่สาหัสเหมือนในยุคนี้ พอเราเสนอความคิดซนๆ ไป พี่ต้นพี่หน่อยก็จะนึกสนุกและพยักหน้าให้ทำได้อย่างใจดี โดยเชื่อมั่นว่าเราจะนำพามันออกมาให้ตลอดรอดฝั่งได้ โดยไม่ถามสักคำว่า “ได้เงินใช่ไหม”

ลองคิดดูว่า งานที่เราคิดเริ่มต้นจากศูนย์ และฝันเป็นตุเป็นตะ มีคนโยนเงินมาให้ทำ จนออกมาเป็นงานที่จับต้องได้ มีคนเห็น มีคนชื่นชม จะสร้างความสุขเพียงใด

แม้บางงานจะไม่ได้ตอบโจทย์ทางธุรกิจเท่าที่ควร ก็ไม่มีคำบั่นทอนใดๆ จากสองพี่นี้เลย กลับบอกกลับสอนให้เราแก้ไขในจุดที่บกพร่อง เพื่องานที่สมบูรณ์ขึ้นในวันข้างหน้า พร้อมให้กำลังใจอีกพะเรอเกวียน

เมื่อเราได้ขยับจากงานลุยๆ ลงฟิลด์แบบโปรดักชั่น มานั่งบริหารในภาพกว้าง ซึ่งเป็นวิถีที่ต้องปรับตัวเยอะ แต่พี่ต้นพี่หน่อยก็ไม่เคยทิ้ง กลับให้คำแนะนำและสนับสนุนตลอดมา โดยเฉพาะกับพี่หน่อยที่เป็นพี่ เป็นเจ้านาย ที่ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของความอดทน ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ เปิดใจกว้าง ซื่อสัตย์กับตัวเองและจริงใจกับคนอื่นๆ แต่ก็ปล่อยวางได้ เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เราได้ทำดีที่สุดแล้ว ยังพูดกันสนุกเลยว่า พี่หน่อยสมกับเกิดปีเสือจริงๆ เป็นแม่เสือตัวจริง เสียงจริง อย่างนั้นเลย

ส่วนคนเกิดปีกระต่ายอย่างพี่ต้น ก็แสนจะซุกซน ดุ๊กดิ๊ก เพราะพี่ต้นมีรายละเอียดในงานที่ทำทุกชิ้น แม้ว่าเราว่าเราดูทุกจุดแล้ว แต่ก็ยังมีจุดที่พี่ต้นเอกซเรย์ไปได้เห็น กับอารมณ์คนทำงานอาจจะดูจุกจิกเกินไป แต่ความจุกจิกนี่แหละ ที่ทำให้เรานั้นแตกต่างในคุณภาพ

และนี่กระมัง เป็นคำตอบว่า ทำไมเราจึงอยู่ที่นี่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองไปแล้ว และคงไม่มีหลังที่สาม สี่ ห้า อีกแน่นอน เพราะบ้านหลังนี้มีความสุข มีความหวัง มีความอบอุ่นเสียนักแล้ว..
share
ข่าวที่เกี่ยวข้อง